Free Web Site - Free Web Space and Site Hosting - Web Hosting - Internet Store and Ecommerce Solution Provider - High Speed Internet
Search the Web

 

กลอน

  สารบัญ

- กลอนรัก หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12

- กลอนขำขัน หน้า 1 2 3

- กลอนธรรมชาติ หน้า 1 2 3 4 5 6

- กลอนครอบครัว หน้า 1 2

  ขอขอบคุณเว็บไซต์

www.thaipoem.com  www.noknoi.com  www.mthai.com www.aromdee.com www.dreampoem.com

I love 603 >> ห้องรับแขก >> กลอน >> ชมธรรมชาติ

แสดงผลหน้าละ 18 บท

ท่ามสายฝนกระหน่ำดังร่ำไห้
หลั่งรินไหลเหมือนวิหกตกเวหา
เสียงโครมครามกึกก้องทั่วท้องฟ้า
มืดครึ้มมาน่ากลัวต้องมัวหมอง

ลมกระโชกโบกสะบัดกระจัดกระจาย
พายุร้ายพัดพามาฉลอง
ธรรมชาติโหดร้ายไร้ประคอง
จนข้าวของพังพินาศอนาถหนา

พายุฟ้าคำรามยามเผลอไผล
ไม่ทันใดจิตสั้นขวัญผวา
ชั่วชีวิตอาลัยพรากการจากลา
โชคชะตาหลุดลอยดั่งคอยลา (ผลิใบสู่วัยกล้า)

กับเกลื่อนกลาดใบบางล่นกลางพื้น
ราวกลบกลืนปถวีด้วยสีสัน
หากเพียงลมโบกเบาใต้เงาวัน
กลับพลิกผันขอบด้านปลิวผ่านตา

กับหล่นใบไม้สุมห่อหุ้มพื้น
ราวแตะตื่นสำนึกให้ศึกษา
ด้วยใบบางกลางแดดที่แผดมา
เคยแผ่เย็นล้ำค่ากลางป่าไพร

เพื่อสรรพวเนจรได้ผ่อนร่าง
อบสรรพางค์ลบเข็ญด้วยเย็นใกล้
แม้เส้นทางร้อนผ่าวอีกยาวไกล
พร้อมรอให้ใฝ่ถึงตะบึงบิน

เกาะร่มไม้คาคบไว้หลบร้อน
เพียงตะวันแสงอ่อนก็จรสิ้น
เมื่อใบบนหล่นคละธรณิน
จะถวิลก็แต่ร่มไว้ห่มเย็น

ประกายทอดพลอดลมที่พรมผ่าน
คือตระการอัมพรเริ่มผ่อนเข็ญ
ผู้เกาะคอนหลุดกล้ำจากลำเค็ญ
ว่อนฟ้าเห็นครึกครื้นให้ตื่นตา

ระหว่างใบหล่นล่างจนร้างกิ่ง
ถึงแดดทิ้งแรงทอดลงพลอดหา
จะรู้ไหมร้อนกล้ำไม่อำลา
เงาล้ำค่ากลับมาล่มร่วงห่มพื้น

ไม้ย่อมเปลี่ยวกิ่งก้านไม่นานนัก
เพียงฝนหักร้อนถั่งเข้าหลั่งชื่น
จะแตกเรียวเขียวระบัดยอดหยัดยืน
เป็นร่มรื่นผืนใหม่แผ่ให้เงา

เก่าใบบางวางเกลื่อนกลางเถื่อนร้าง
ตากตะวันร้อนพร่างรอย่างเผา
เก่าจนกร่อนรูปร่างอันบางเบา
รอแต่สูญสลายเปล่าให้เขาเลือน (สดายุ)

หากความรักดุจดังมวลใบไม้
ลมเริงเย้าพลิ้วไหวโบกลมหนาว
สั่นสะท้านถอนใจใต้ดวงดาว
แสงพะพราวเพริดนภาอารมณ์ปรวน

ปรารถนาให้รักมาแนบชิด
ซึ้งสนิทรัดใจได้เสสรวล
ใฝ่ฝันหาคนเคียงคนึงครวญ
สุขอึงอวลป่วนปั่นรันทดตรอม


ใครคงรู้รักนั้นมิอาจหนี
แม้หลีกลี้ลุวันยังหล่อหลอม
สร้างสุขหวังครองใจไว้ดมดอม
มิยินยอมหน่ายเหเร่หัวใจ


จะทุกข์หนักปานใดใยจะสน
จะล่วงหล่นปานใดใยจะไหว
จะรอรู้อยู่ละจะทำไม
จะคลาไคลไร้รักจะเคียงคง

ลมโบกบางวางฤทัยไหวตามลม
เชยชิดชมต้นรักดังใหลหลง
แตกกอเร็วรวดร้าวราวปลิดปลง
จิตงวยงงหลงทางอ้างว้างทรวง


ยามเมียงมองจ้องเจ้าเย้ายวนใจ
กิ่งไสวลานตาสง่าสรวง
มิกล้าเด็ดด้วยนึกกลัวรักลวง
เพียงดึกล่วงเก็บกอดออดเพียงฝัน (อาภาภัส)

บัวชูใบใต้น้ำสูงล้ำลิ่ว
โผล่พ้นผิวน้ำกระเพื่อมแลเลื่อมไหว
พาดใบพิงอิงแนบแอบน้ำไป
สายน้ำใสสั่นเลื่อนเคลื่อนใบลอย

ยามแสงส่องต้องใส่ในน้ำนิ่ง
ใบอาบผิงผึ่งแดดแผดเผาหน่อย
สีของใบใสเชียวเขียวไม่น้อย
ผิวใบพลอยพลิกผันเลื่อมมันทา

ครั้นเย็นย่ำค่ำลงใบคงอยู่
ยังคงรู้ลอยเรื่อยแต่เฉื่อยหนา
ก้านค่อยยาวสาวไปได้หลายวา
แผ่ใบหลารอบกอรอแสงทอง

จวบใบเคืองเหลืองไปไร้ราศี
มีราคีขอบใบให้หม่นหมอง
เกิดฉีกแหว่งแกว่งไหวไม่น่ามอง
แล้วใบต้องหลุดต่ำเน่าช้ำตาย (นกตะวัน)

ดอกหญ้าชูช่อสีชมพู
เกิดขึ้นมาเคียงคู่กับสีขาว
ประดับกับทิวเขาที่ทอดยาว
ที่มีเรื่องราวของความเป็นไป


ทุกอย่างช่างพอเหมาะ
มีธารน้ำเซาะรินไหล
เมื่อทอดสายตาออกไป
ก็เจอพงไพรที่ร่มเย็น


เมื่อก่อนธรรมชาติแบบนี้หาไม่ยาก
ไม่ลำบากไปไกลถึงไหนๆ
แต่ตอนนี้น่าลำบากใจ
ธรรมชาติดีๆ ก็หายไป...พร้อมน้ำใจของคนเรา (มายด์)

หอมกลิ่นกรุ่นกรุ่นดอกไม้อยู่ปลายสวน
สวนที่ครวญครวญหาในคราฝัน
ฝันสุกใสใสกระจ่างกลางแสงจันทร์
จันทร์ในคืนคืนมีฝันพลันหอมอวล..


อวลอบอวลยวนให้พะวงหลง
หลงในกลิ่นกลิ่นคงที่ให้หวล
หวลคืนถิ่นถิ่นฝันที่เฝ้าครวญ
ครวญถึงสวนสวนฝันกลางจันทร์เพ็ญ.. (WBNMW)

ลมไม่พัดพ้องมายังป่านี้
ไผ่ไม่สีซอรับกับขลุ่ยอ้อ
ฝนดอกไม้มิหยาดเรี่ยลงเคลียคลอ
นกไม่ล้อลำนำดำเนินทราย

งบเพียงภูผาสง่าขรึม
และร่มครึ้มเงามะค่าค่อยช้าฉาย
ตะวันเรืองแดดรอนลงอ่อนราย
แต้มดอกปรายประพื้นฉ่ำชื้นดิน

หมู่มดง่ามทำงานอย่างเงียบเงียบ
เขียนรอยเลียบเลาะแถวอ้อมแนวหิน
บรรจงวาดบทกวีแห่งชีวิน
กว่าจะสิ้นเส้นสุดท้ายที่ปลายทาง

เสื้อสีเขียวคลุมร่มห่มใบไม้
สีม่วงซ้อนฉะอ้อนไหวในระหว่าง
เป็นลายดอกดวงประดับระยับระยาง
ทั้งท่ามกลางกว้างไกลสุดสายตา

โน่นชีวันนั่นชีวีนี่ชีวิต
เงียบสนิทนิ่งระงับศัพท์ภาษา
สดไสวใสสว่างมิสร่างซา
อันจะหาอีกไม่ได้ในวิญญาณ

หมู่มดง่ามทำงานอย่างเงียบง่าย
เขียนจดหมายถึงมนุษย์ให้หยุดอ่าน
จดใจความตามจริงไม่ทิ้งงาน
กว่าลมรานลายซอยบนรอยทราย (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์)

น่าหดหู่คู่นกร่วงตกผล็อย
ต้องล่องลอยคอยคู่มิรู้หาย
ระหกระเหจากรังซังกะตาย
คู่เคียงกายตายไปไม่อาจทน

คงหมดแรงพร้อมแสงอาทิตย์ส่อง
ได้เพียงท่องล่องลอยไปทั่วไพรสณฑ์
ดูเศร้าหมองกว่าผองเพื่อนเคียงเรือนตน
อยากยินยลน้องนุชสุดหัวใจ

เหมือนตัวพี่ที่พรากไปจากน้อง
เคยประคองน้องขวัญมิหวั่นไหว
แต่บัดนี้พี่จากแดนไปแสนไกล
เพียงคงไว้แค่รูปเพื่อลูบโลม

ะหวนกลับก็ยากนักน้องรักเอ๋ย
ดุจทรามเชยหวังเอื้อมให้ถึงโสม
จะไขว่จะคว้าเท่าไรได้แค่ลม
ได้เพียงทุกข์สองปมไม่สมปอง (สุนทรพี)

น้ำใสใสไหลหลั่งทบฝั่งฝัน
ว่าตัวพี่ขี่จันทร์ไปกับน้อง
แอบแย้มยิ้มอย่างสุขสมอารมณ์ปอง
เป็นคู่สองน้องพี่จู๋จี๋กัน

นั่งชี้ดาวทั่วฟ้านภากาศ
นั่งวางวาดหนทางอย่างสุขสันต์
ว่าจะได้ครองคู่อยู่ด้วยกัน
ว่าอย่างนี้อย่างนั้นทั้งวันวาร

เห็นดาวตกหกหักมาทักเพื่อน
เป็นดาวเดือนดูไร้ทุกข์สนุกสนาน
เห็นดวงดาวทั่วพวกพรรคจักรวาล
นับแสนล้านหมื่นพันเกลื่อนอัมพร

แต่ความจริงมันไม่ใช่ความฝัน
ความฝันนั้นมันเป็นเช่นภาพหลอน
ความจริงแล้วเธอและฉันนั้นจากจร
ทิ้งรอยไว้ให้อาวรณ์ก่อนจากลา ฯ (สุนทรพี)

บานเอ๋ย บานเช้า
พี่หอมเจ้า นงพงา อุษาสาง
เนื้อเหลืองนวล ชวนชม้าย มิวายวาง
ไม่จืดจาง รักพราก ไปจากใจ
 

แต่เพียงสาย สุขสันต์ ก็พลันเศร้า
ฤดีเจ้า โรยรา ฤาไฉน
ดั่งมาหัก รักพราก ไปจากใจ
พี่จะรอ หฤทัย เช้าใหม่เอย ฯ (ณธีร์)

ตะวันแดง สาดแสงสด งดงามนัก
สุดห้ามหัก ให้ห่างเห สิเนหา
อวลไออุ่น กรุ่นไอรัก ประจักษ์ตา
หากโรยรา ร้างเรา คงเหงาทรวง

แต่ตะวัน คงหวนมา สู่ฟ้าใหม่
สาดแสงใส ให้สดสวย ด้วยเป็นห่วง
คนเคยคุ้น เคยคลอเคล้า เคยเคียงควง
ดาวล้านดวง มิเทียมทัน ตะวันเดียว (ณธีร์)

บานเอ๋ย บานเย็น
เพียงแรกเห็น ก็นึกรัก ให้หนักหนา
งามเย้ายวน ชวนระรื่น ชื่นอุรา
สีบาดตา สวยบาดใจ ใสสดแดง

หอมเจ้าหอม เมื่อเพลา คราใกล้ค่ำ
เริงระบำ ย่ำสายัณห์ ยามยอแสง
เพียงเพ่งพิศ ยิ้มยั่วเย้า เร่าร้อนแรง
รักน้องแดง บานเย็นฉ่ำ ทุกค่ำเอย ฯ (ณธีร์)

ดวงตะวันผันคืนยื่นแสงอ่อน
หมู่ภมรล่อนบินสู่ถิ่นหวาน
มวลไม้ดอกออกช่อชูตระการ
บางดอกบานบางเฉาคละเคล้ากัน

แสงอรุณอุ่นอาบฉาบสีทอง
สกุณาร่ำร้องก้องไพรสัณฑ์
ยามยินยลมนรื่นชื่นชีวัน
ทุกข์เหหันห่างหายสลายไป

แสงสลัวมัวมืดเริ่มจืดจาง
แสงสว่างเริ่มฉายพรายแพรวใส
แสงส่องหล้าเจิดจ้านภาลัย
แสงอำไพผ่านโซนโพ้นทะเล (sweet lemon)

กลับมาสู่พงไพรเมืองในหมอก
คลื่นภูเขาเย้าหยอกดอกไม้ป่า
ทะเลดอยคอยต้อนรับการกลับมา
สู่อ้อมกอดแห่งพฤกษาแทนอาภรณ์

ห่มสายหมอกดอกฝันอันพิสุทธิ์
หอมสายหยุดเสน่ห์รินกลิ่นเกสร
ผีเสื้อเริงรับขวัญคนสัญจร
ร่ายปีกฟ้อนร่อนปีกลายร่ายปีกรำ

ป่าสีเขียวปกคลุมหุ้มเขาใหญ่
คือต้นธารน้ำใสไหลเย็นฉ่ำ
แตกตาน้ำตามร่องหินเซาะดินดำ
สายฝนพรำเพราะป่าคลุมอุ้มน้ำพรม

ป่าถักทอรุ้งรายสายใยรัก
คอยพิทักษ์ทุกเข็ญเป็นผ้าห่ม
พายุกล้าฟ้าคะนองป้องกันลม
ป่าอุดมดินสมบูรณ์เกื้อกูลกัน

จงปลูกรักปักใจใสวิจิตร
ร่วมอุทิศเพื่อพิทักษ์รักไพรสัณฑ์
รักลำธารรักม่านหมอกดอกไม้พันธุ์
รักอารัญรื่นรมย์สายลมริน

ภูเขาสูงป่าสวยห้วยน้ำใส
เป็นเขาใหญ่หยัดยืนผืนแผ่นหิน
เป็นมรดกร่วมแดนของแผ่นดิน
เป็นทรัพย์สินส่วนรวมร่วมเผ่าพันธุ์ (เดือนแรม ประกายเรือง)

บานไม่รู้โรย ล้อลมโบกโบย ทุกถิ่นสถาณ
บานวันบานคืน แฉล้มแช่มชื่น ระรื่นดวงมาลย์
รักน้องมานาน ดอกดีสีหวาน ชอบอกชอบใจ

บานไม่รู้โรย ราแล้งแห้งโหย บ่โปรยปลิวไป
ชื่นใจชื่นจิต ยอดหญิงมิ่งมิตร แม้ยามยากไร้
ฤดูกาลใด แม่ยังยั้งได้ บานไม่รู้โรย ฯ (ณธีร์)

เพชรน้ำค้างกลางทุ่งทอรุ้งสลับ
พรายระยับวับไหวพรมใบหญ้า
เพลงใบไผ่แผ่วสีร่ายลีลา
ลมพัดพากลิ่นร่ำหอมรำเพย

หอมรวงข้าวรวยรินประทินร่ำ
เสภาขับลำนำฉ่ำเฉลย
กล่อมแม่ศรีโพสพกลิ่นอบเชย
ประคองเคยคลอเคล้าเสาวคนธ์

สองมือนวลนิ้วมือนางสร้างชีวิต
น้ำมือแม่นฤมิตผลิตผล
หยาดเหงื่อรินตกรายเหมือนสายชล
หนาวก็ทนร้อนก็ทำจนชำนาญ

สืบสายเลือดบรรพชนบนโลกแล้ง
รวมน้ำแรงปลูกรักสร้างหลักฐาน
พลิกนาร้างพราวเรืองเหลืองตระการ
ข้าวเต็มลานบ้านอุดมเมืองสมบูรณ์

มือแม่กร้านงานหนักรักศักดิ์ศรี
รักเสรีรักที่ดินไม่สิ้นสูญ
รักรวงข้าวจากคาวเหงื่อรักเกื้อกูล
รักเทิดทูนและศรัทธาภราดร

มือปลูกข้าวเท้าติดดินหอมกลิ่นเหงื่อ
ดอกข้าวเจือกลิ่นจันทน์บรรจถรณ์
สถิตทิพย์ ณ ทุ่งทองสถาพร
แนบกายนอนบนเนื้อนานิทรารมณ์ (เดือนแรม ประกายเรือง)

นเริ่มตกพายุปะทุผ่าน
จากดินด้านเป็นนุ่มนวลควรยลโฉม
ฝนตกเหมือนบรรเลงเพลงประโคม
กลางโพยมประโคมเพลงบรรเลงลาน

ร่วงรินลงแผ่นดินกลิ่นหอมหวน
ตลบอบอวลชวนดอมดมเป็นลมหวาน
ให้ชีวิตหย่อมหญ้าชลาธาร
ผลิดอกบานพาดพุ่มเกาะกลุ่มกัน

ท้องทุ่งทองพรายวับระยับระยิบ
เสียงจิ๊บจิ๊บจากนกที่ขบขัน
แมลงปอฉวัดเฉวียนเวียนเล่นกัน
ธรรมชาติอีกร้อยพันจากพิรุณ

ชุ่มฉ่ำไปทั่วร่างไม่ห่างหาย
ชุ่มทั้งกายทั้งใจได้ไออุ่น
ได้เพื่อนแท้แก้ทุกข์ใจเป็นใบบุญ
ดังพิรุณรินผ่านดวงมาลย์เอย ฯ (สุนทรพี)

ละอองหมอกเลือนลางกลางลมหนาว
สายลมผ่าวพลิ้วแผ่วผ่านแนวสน
คำห่วงใยไหลล่องท่องตามชล
รักท่วมท้นฝากมากับตาปี

ตราบสายน้ำแห่งนี้ยังรี่ไหล
สายน้ำใสไอเย็นเป็นสักขี
อุ่นไอหมอกเบาบางกลางนที
ริมตาปีฝั่งฝันฉันยังคอย (Lin Jinlung)

 

หน้า 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6

>>