Free Web Site - Free Web Space and Site Hosting - Web Hosting - Internet Store and Ecommerce Solution Provider - High Speed Internet
Search the Web

 

กลอน

  สารบัญ

- กลอนรัก หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12

- กลอนขำขัน หน้า 1 2 3

- กลอนธรรมชาติ หน้า 1 2 3 4 5 6

- กลอนครอบครัว หน้า 1 2

  ขอขอบคุณเว็บไซต์

www.thaipoem.com  www.noknoi.com  www.mthai.com www.aromdee.com www.dreampoem.com

I love 603 >> ห้องรับแขก >> กลอน >> กลอนรักครอบครัว

รวมกลอน : 34 บทกลอน

 

มะลิแท้หอมเที่ยงมาเรียงแถว
พราวกลีบแก้วแพรวกลีบพุดพิศุทธิ์ใส
ทอกุหลาบทาบจำปาอ่าอำไพ
เป็นมาลัยมอบแม่ด้วยแดดล

แม้มาลินกลิ่นล้อมจะหอมล้วน
มิหอมทวนกลิ่นรักเที่ยงแม่เพียงหน
ลูกรมย์รื่นชื่นดอมหอมกมล
จวบเติบตนจนโตใหญ่ได้เติมเต็ม (ณ ภาณุ)

ฤๅ รักแท้ในหล้านั้นหายาก
จะ จรจากพรากพาทุกคราหน
งาม รักรุ่นก็วุ่นเฉด้วยเล่ห์กล
ดุจ เกลียวชลวนกลมให้จมตาม

รัก รักหนึ่งพึงแผ่อย่างแท้เที่ยง
จาก อกเอียงออกท้นเทล้นหลาม
ใจ จากแม่แผ่รักทั่วทุกชั่วยาม
แม่ งดงามวามวาวดุจพราวเพ็ญ (ณ ภาณุ)

เก้าเดือนอุ้มคุมท้องแม่ครองทุกข์
ทารกปลุกท้องแก่แม่ป่วยหนัก
อกตื่นเต้นหมอตำแยมือแน่นัก
ขาวม้าถักผูกขึงแม่ดึงดัน

เมื่อหนึ่งเบ่งเร่งสองสามร้องปวด
สุดร้าวรวดลงลึกสะอึกกลั้น
เหงื่อเม็ดโตเต็มหน้าน้ำตาครัน
เสียงสวรรค์พลัน อุแว้ แม่คลอดแล้ว

กระด้งรับทารกกันตกขอบ
เห่เสียงปลอบเคียงข้างอย่างแผ่วแผ่ว
ต่อแต่นี้ต้องเลี้ยงดูอยู่ตามแนว
กล่อมขวัญแก้วอกอบอุ่นกรุ่นน้ำนม

มือแม่ปัดมดมุงมากยุงร้าย
มิมีหน่ายสร้างสุขสู้ทุกข์ข่ม
ลูกเติบโตส่งเรียนเพียรนิยม
ทรัพย์สะสมส่งเสริมเพิ่มฐานทุน

ระเบียบแบบวัฒนธรรมพร่ำสอนลูก
วิถีถูกสู่สมัยเป็นวัยรุ่น
มือแม่กร้านงานกรำพร้อมค้ำจุน
เอื้ออุดหนุนลูกหยัดยืนหวังชื่นชู

กาลผ่านวันผันวัยใช้ชีวิต
อกอ่อนอิดแอบสะอื้นฝืนยิ้มสู้
กี่น้ำตาตกในลูกไม่รู้
จักทนอยู่อย่างหญิงแท้เป็นแม่คน

ร้อนทนร้อน หนาวทนหนาวขาก้าวย่ำ
งานหนักทำเหน็ดเหนื่อยมิเคยบ่น
แม้ชีพสิ้นวิญญาณบันดาลดล
รับใช้จนลูกก้าวหน้า…ชั่วฟ้าดิน (ภู.ภัทรชนน)

ยามถอยถดระทดถลาทุกข์ถาโถม
พายุโหมโครมคร่ำกระหน่ำหนัก
ร้อยโรครุม ขยุ้มร่าง เพราะร้างรัก
โศกสลักเศร้าสลดกำสรดทรวง

ละอองไอโอบล้อมจากอ้อมอก
เขย่าย้ายขยายยก...นรกล่วง
คือไอรักจากแม่ทั้งแดดวง
ที่แสนหวงแสนห่วงสุดห้วงใจ

แม่เหนื่อยหนักนักหนามานานแล้ว
เจ้าขวัญแก้ว..อย่าขนกรรมมานำไข
จงขนเกียรติขนค่าปัญญาไกล
แทนรักแท้ที่แม่ให้ด้วยใจจริง

ขยันเรียนเพียรรู้สู้สุดศึก
น้ำตื้นลึกเขาสูงต่ำถ้ำผีสิง
ประจันฝนประจญไฟไม่ประวิง
แจ้งประจักษ์รักยิ่ง...มิ่งแม่เรา

ณ มุมหนึ่งซึ่งสลัวกลั้วแสงสี
เคล้านารีร่วมล้อมพร้อมเหล้าหวาน
คลอดนตรีเต้นรำฉ่ำดวงมาน
แสนสำราญลือเลื่องเลิศเมืองกรุง

ค่อนคืนค่ำกลับหอรอแฟนสาว
เผลอหลับยาวหยาดฝันถึงบ้านทุ่ง
นอนหนุนตักอุ่นแท้แม่ปัดยุง
เพราะขาดมุ้งแม่บอกฉันว่ามันแพง

แผ่วเพลงพร่ำคำซอคลอเห่กล่อม
ขวัญถนอมอ้อมอกอุ่นใช่หนุนแกล้ง
ดึกสงัดน้ำค้างหนาวเย็นร้าวแรง
กระท่อมแห่งขุนเขาโศกเศร้าตรม

เวียนผ่านวันผันวัยใช้ชีวิต
แม่สร้างสิทธิ์สร้างสุขปัดทุกข์ข่ม
เลี้ยงลูกรักรู้หลักเรียนเขียนอ่านชม
ความนิยมมิระย่อท้อแท้ใจ

นาที่ขาย ควายที่ผ่อนเงินก้อนหนึ่ง
วาดหวังซึ่งลูกสู่กรุงมุ่งสมัย
ปริญญาแม่สุดหวังสิ่งตั้งไว้
พร้อมสอนให้เพียรขยันวันอำลา

หลายปีผ่านชนบทแสนอดอยาก
จะลำบากอย่างไรแม่ไม่ว่า
ไม่มีแม้จดหมายลูกถูกส่งมา
หยาดน้ำตากี่หยาดหยดหลั่งรดริน

มือหยาบกร้านหนังเหี่ยวย่นหญิงคนแก่
ร่างของแม่อมโรคโศกถวิล
ส่ำสะล้อโหยหวนคร่ำครวญยิน
คงไม่สิ้นไร้ลูกรักกลับพักพิง

เสียงแฟนสาวบ่นปลุกรีบลุกตื่น
“ฝัน” เมื่อคืนคิดถึงแม่อย่างแท้ยิ่ง
หรือในฝันฟ้องเห็นความเป็นจริง
ฉันทอดทิ้งแม่อยู่ทุ่งกับยุงตอม

จ้องดูรูปเก่าแก่ที่แม่ให้
มองภาพไหวนอนหนุนอุ่นอกอ้อม
ระหว่างแม่กับลูกเหมือนสุขพร้อม
รักหล่อหลอมรินหลั่งฝังอุรา

รีบเร่งเขียนจดหมายหลายฉบับ
พร้อมยอมรับสารภาพบาปหนักหนา
แต่วันนี้โทรเลขที่ส่งมา
ข้อความว่า “แม่” ล้มพับดับชีพแล้ว (ภู.ภัทรชนน)

มีหญิงใดงดงามเปี่ยมความรัก
ดังแม่สักครึ่งใจไม่แม้นเหมือน
ทุ่มเทเท่าชีพได้ไม่ลางเลือน
ตอกย้ำเตือนนั้นสอนสั่งฝังค่าคน
สิ่งประสงค์หวังจะให้ลูกใฝ่ธรรม์
ลุปลายฝันสมใจรักชักนำผล
โลกร้ายดีมีหนาวร้อนสอนลูกทน
สร้างสุขล้นลูกล่วงภัยในทุกกาล

มีเมตตาการุญค้ำจุนโลก
เห็นแม่โศกเพราะลูกเศร้าเฝ้าสงสาร
ชี้ค่าคนรู้ถูกผิดพิชิตมาร
แกร่งกล้าหาญนี้จุดสู้คู่ดวงจินต์
ตระหนักตนตามที่เป็นเช่นร่มไทร
อุ่นกลิ่นไออกอิ่มคือสื่อถวิล
มุ่งส่งเสริมมั่นสืบสานธารชีวิน
มิเคยสิ้นแรงกำลังทั้งดวงใจ

ในยามล้มคอยฉุดดึงก้าวถึงฝั่ง
วันนี้พลั้งมอบโอกาสวาดวันใหม่
หวงห่วงลูกตลอดเวลากว่าสิ่งใด
ด้วยความนัยอยากเห็นลูกปลูกความดี
พระคุณนั้นยากบอกได้ไปหมดสิ้น
ฉ่ำชีวินชื่นจิตซึ้งถึงศักดิ์ศรี
นานเท่าใดแม่ฟูมฟักรักเต็มที่
นาทีนี้ลูกรู้รักแม่เหลือเกิน (ลูกกวาดสีฟ้า)

แม่เป็นพรหมสูงสุดในชีวิต
แม่เป็นมิตรนำทางคิดสร้างสรรค์
แม่เป็นครูนำสิ่งดีสู่ชีวัน
แม่เป็นจันทร์ปลอบปลุกยามทุกข์ใจ (ขลุ่ยหลิบ)

โอบอุ้มด้วยหัตถาทั้งขวาซ้าย
อบอุ่นกายเริงรื่นชื่นสดใส
ยิ้มละมุลห่วงหวงดวงฤทัย
มอบความรักยิ่งใหญ่ในแผ่นดิน

คือท่านผู้เปิดเผยเฉลยโลก
ร้องเพลงกล่อมไกวเปลโยกให้โศกสิ้น
ขีรธารหลั่งไหลได้ดื่มกิน
เลี้ยงชีวินคุ้มบุตรสุดห่วงใย

ผู้ประสิทธิ์วิทยาประดามี
คอยชมชี้ห้ามชั่วกลัวหลงใหล
ดีก็หนุนเสริมส่งจงทำไป
เมื่อโตใหญ่ได้มั่นคงทรงความดี

ผู้ปกเกล้าคุ้มครองจากผองภัย
ผูกพันด้วยสายใยไม่หน่ายหนี
รักยิ่งใหญ่กว่าใครในปฐพี
บุพการีผู้ประเสริฐเลิศกว่าใคร

กตัญญูกตเวทีมีแสดง
ปราชญ์แถลงอธิบายคลายสงสัย
คือเครื่องหมายคุณธรรมประจำใจ
ของคนดีทั้งกายใจไม่เปล่ากลวง

รีบตอบแทนสนองคุณของท่าน
ก่อนทุกอย่างผันผ่านกาลเลยล่วง
ด้วยละสิ่งไร้ประโยชน์โทษหลองลวง
มอบความดีทั้งปวงแทนมาลัย (ภีม)

ทั้งสามภพยกตั้งขึ้นชั่งเปรียบ
หนักไม่เทียบพระคุณแม่สุดแลหา
ถึงอบอุ่นสุริยันและจันทรา
อกมารดาอิงอุ่นกว่าสูรย์จันทร์

ถึงธารทิพย์หลั่งไหลมาให้ดื่ม
ไม่ปลาบปลื้มซาบซ่านเท่าธารถัน
ถึงนางฟ้ามาอุ้มช่วยคุ้มกัน
ไม่เทียมทันตาแม่ที่แลมอง

แม้สังขารลานแหลกแม่แลกได้
หวังจะให้ลูกตนพ้นภัยผอง
แม้สูญสิ้นดินฟ้าธารานอง
พระคุณของแม่ยังอยู่คู่ฟ้าดิน (จปจารีภิกขุ)

ตื่นแต่เช้าตั้งใจจะไปวัด
เพื่อทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์
เตรียมข้าวปลาอาหารงานบรรจง
มุ่งหมายตรงสู่อารามไปตามรอย

การทำบุญทำทานเพียงวันหนึ่ง
หวังได้ถึงกุศลกลับมากนับร้อย
ทั้งลาภยศสรรเสริญเกินไปหน่อย
มิควรปล่อยการกระทำชักนำใจ

อันความดีที่พึงสร้างอย่าหวังผล
ดวงกมลสิ้นผุดผ่องอาจหมองไหม้
สำรวจดูเหตุการณ์ที่ผ่านไป
หลงลืมใครไว้ผู้เดียวไม่เหลียวแล

พระที่บ้านนั้นไงใครคนนั้น
คนที่มีรักอันมั่นแน่แท้
ทั้งห่วงใยพร้อมอภัยไม่เชือนแช
ท่านคือแม่ของลูกทุกทุกคน

อย่าลืมดูแลท่านในวันนี้
พระคุณแม่มากมายมีอย่างเหลือล้น
รักอื่นใดไม่เที่ยงแท้เท่าแม่ตน
อย่าสับสนหลงสำราญลืมมารดา (สีรุ้ง)

หวนคำนึงถึงครั้งลูกยังน้อย
แม่เฝ้าคอยปัดป้องประคองขวัญ
อิ่มน้ำนมช่วยเสริมเติมชีวัน
จึงผูกพันรักแม่แต่ลืมตา

ยามลูกหิวก็สรรหามาปันป้อน
อิงอกอุ่นหนุนนอนครั้งเดียงสา
แม่อยู่เคียงเสียงเพลงกล่อมลูกยา
ด้วยแววตาแห่งห่วงหาและอาทร (ก • ว • า • ง)

สองมือนี้ เคยโอบอุ้ม เฝ้าฟูมฟัก
สองมือรัก เคยปกป้อง ประคองขวัญ
สองมือแม่ เคยแกว่งเปล เห่ทุกวัน
สองมือนั้น เคยกอดอุ่น ให้หนุนนอน

สองมือที่ ลำบากเหลือ เพื่อลูกน้อย
สองมือคอย เฝ้าระวัง และสั่งสอน
สองมือนั้น ดูกร้านหยาบ เพราะหาบคอน
สองมือป้อน เลี้ยงลูกมา คราเยาว์วัย

สองมือซับ น้ำตา คราลูกโศก
สองมือโบก คอยปัด พัดวีให้
สองมือที่ อาทร ก่อนใครใคร
สองมือไหน จะรักเรา ได้เท่านี้

สองมือเหนื่อย เพียงไร ไม่พร่ำบ่น
สองมือทน เพื่อลูกรัก ด้วยศักดิ์ศรี
สองมือที่ เอื้อเฟื้อ เพื่อสิ่งดี
สองมือที่ มีแต่ให้ ไม่เคยทวง

สองมือลูก ก้มกราบ แทบเท้าแม่
ประจักษ์แท้ พระคุณท่าน นั้นใหญ่หลวง
มะลิร้อย สดใส มาลัยพวง
น้ำตาร่วง ด้วยรักแม่ อย่างแท้จริง (ธารินทร์)

เปรียบพ่อแม่ดังโคมทองของชีวิต
ช่วยชี้ทิศนำทางช่วยสร้างสรรค์
ให้ความรักให้ความรู้ชูชีวัน
ช่วยปลอบขวัญจนวันตายสิ้นวายปราณ

แม่เปรียบเช่นโคมทองส่องชีวิต
ชี้ถูกผิดให้ลูกจำคำสั่งสอน
แม่มีความรักเจือเอื้ออาทร
แม่ดับร้อนยามลูกนี้มีทุกข์ใจ

ชีวิตของแม่มีพลีเพื่อลูก
เฝ้าพันผูกด้วยรักแม่มอบให้
พระคุณแม่นั้นสูงยิ่งเหนือสิ่งใด
ขอลูกได้จำจดทดแทนคุณ

พ่อ..ก็รู้ ว่าลูกนี้ มีความรัก
พ่อ..ก็เคย อกหัก รักแบบนี้
พ่อ..อยากเตือน เดือนของพ่อ พอเสียที
พ่อ..เคยมี ประสบการณ์ ปานสีดำ

พ่อ..เคยถูก ลูกว่า อย่างบ้าคลั่ง
พ่อ..นั่งฟัง คำลูกเถียง เอียงหน้าหัน
พ่อ..กลัวลูก เดินหกล้ม โค้งขมำ
พ่อ..ก็ทำ ได้แค่ ชำแลมอง

งานวันเกิด ยิ่งใหญ่ ใครคนนั้น
ฉลองกัน ในกลุ่ม ผู้ลุ่มหลง
หลงลาภยศ สรรเสริญ เพลินทระนง
วันเกิดส่ง ชีพสั้น เร่งวันตาย

 

ณ มุมหนึ่ง ซึ่งเหงา น่าเศร้าแท้
หญิงแก่แก่ นั่งหงอย และคอยหาย
โอ้วันนี้ ในวันนั้น อันตราย
แม่คลอดสาย โลหิต แทบปลิดชนม์

 

วันเกิดลูก เกือบคล้าย วันตายแม่
เจ็บท้องแท้ เท่าไร ก็ไม่บ่น
กว่าอุ้มท้อง กว่าคลอด รอดเป็นคน
เติบโตจน บัดนี้ นี่เพราะใคร

 

แม่เจ็บเจียน ขาดใจ ในวันนั้น
กลับเป็นวัน ลูกฉลอง กันผ่องใส
ได้ชีวิต แล้วก็เหลิง ระเริงใจ
ลืมผู้ให้ ชีวิต อนิจจา

 

ไฉนเรา เรียกกัน ว่า"วันเกิด"
"วันผู้ให้ กำเนิด" จะถูกกว่า
คำอวยพร ที่เขียน ควรเปลี่ยนมา
ให้มารดา คุณเป็นสุข จึงถูกแท้

 

เลิกจัดงาน วันเกิด กันเถิดนะ
ควรแต่จะ คุกเข่า กราบเท้าแม่
รำลึกถึง พระคุณ อบอุ่นแด
อย่ามัวแต่ จัดงาน ประจานตัว

แม่จ๋าแม่อย่าเสียใจ แม้ลูกจากไป
ลูกนี้จักหมั่นมาเยือน

 

ลูกจักมากับแสงเดือน มาอยู่เป็นเพื่อน
ยามแม่นั่งชมจันทร์เพ็ญ
 

กายลูกแม่คงไม่เห็น แต่จิตลูกเร้น
อยู่ใกล้กายแม่ตลอดกาล
 

ลูกแอบในน้ำลำธาร ยามแม่ลงสนาน
ลูกเข้าสัมผัสรัดกาย
 

เมื่อแม่ร้อนรนกระวนกระวาย อาศัยพระพาย
ลูกพลิ้วมาช่วยพัดวี
 

หากแม่มีทุกข์ทับฤดี เงี่ยฟังดนตรี
เถิดลูกแฝงในสำเนียง

 

ฟังเถิดแม่นั่นคือเสียง ซึ่งลูกรักเพียง
ดวงใจของแม่ปลอบประโลม

 

ให้แม่คลายทุกข์คลายโทม นัสนำใจโน้ม
เคลิบเคลิ้มไปตามเสียงเพลง

 

ยามแม่รู้สึกวังเวง ลูกจักบรรเลง
เคล้าเสียงจักจั่นเรไร

 

ฟังเถิดมิใช่เสียงใคร เพราะลูกอาลัย
รักแม่จึ่งร้องเรียกหา

 

ยามแม่คิดถึงลูกยา จงมองท้องฟ้า
แม่จักเห็นดาวไกลลิบ

 

นั่นแหละคือตาลูกกะพริบ อยู่ในแดนทิพย์
เพ่งจ้องมองแม่ไม่วาย

 

ยามแม่หลับนอนผ่อนคลาย จงหลับให้สบาย
ลูกรักมาอยู่ด้วยเสมอ

 

แม่คิดถึงลูกแม่เพ้อ ลูกสดับเสียงละเมอ
ได้ยินชัดถ้อยชัดคำ

 

เพื่อให้แม่สุขลูกนำ จิตเข้าไทำ
ให้แม่บังเกิดความฝัน

 

ว่าลูกอยู่ในสรวงสวรรค์ เป็นสุขชั่วนิรันดร์
ทุกข์ร้อนห่อนได้แผ้วพาน

 

ลูกจักให้แม่ฝันนาน เพราะความฝันหวาน
นั้นทำให้แม่สุขใจ

 

อษฐ์แม่แย้มเผยอยิ้มละไม ก่อนลูกจากไป
ลูกจุมพิตแม่แล้วลา

 

แม่คงสะดุ้งฟื้นตื่นผวา เหลียวมองไขว่คว้า
ด้วยคิดว่าลูกนอนเคียง

 

ลูกมิได้อยู่บนเตียง เพราะว่าเป็นเพียง
ความฝันที่แม่ฝันเพลิน

 

แม่คงเรียกขวัญอัญเชิญ เทพเจ้าเขาเขิน
ให้ช่วยอำรุงลูกรัก

 

อ้า ! เทพผู้ทรงสิทธิศักดิ์ เมื่อได้ปกปัก
ลูกแล้วจุ่งคุ้มมารดา

 

โรคภัยอย่าได้บีฑา แม่ยอดบูชา

ของลูกน้อยแต่ผู้เดียว (ถ. ณ ถลาง)

<<

หน้า 1 | 2